February 02, 2003

อะไรอะไรก็ไม่เป็นอย่างที่คิด งานจะเสร็จไหมเนี่ย ตอนนี้อุตสาห์เปลี่ยนคนทำใหม่แล้ว ถ้าไม่เสร็จอีกคงจะแย่

December 18, 2002

กลับมาจากที่คณะ ไอ้บิ๊กมารับไปเที่ยวที่บางกระดี่ ไม่น่าเชื่อ แอร์ก็มาด้วย แอร์มาบุกถึงบ้านเลยพอไปถึงที่คณะก็ไปคุยเล่นกับ อ.เอกวิทย์อีกแล้ว คุยจนแกไม่ได้ไปสอน lab เลย เหอๆ ที่แท้ไอ้บิ๊กจะมีสอบวันศุกร์นี้ เลยให้แอร์มาช่วยอ่าน ติว เพราะเดี๋ยวอาจารย์มันจะส่ง email มาถามคำถาม มันเลยวางแผนจะให้อาจารย์ช่วย ไม่น่าเชื่อได้เจอป๋านก กะพี่อาท ตอนเย็นเลยไปเที่ยว future กินข้าวกัน กินฟูจิไป 200 แหนะ อยู่บ้านตั้งเดือนไม่เสียสักบาท พอไปกะพวกนี้ เสียตังเลยได้คุยเรื่องเรียนต่อนิดหน่อย แล้วก็ยุให้ป๋านกไปเรียนเมืองนอก จะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง ทำเอา อาจารย์เอกวิทย์เครียดเลย เพราะแกเตรียมหาทุนให้ป๋านกแล้วอ่ะ ไม่รู้แฮะ
ตกเย็นไปส่งแอร์ที่บ้านเพราะแอร์ไม่สบาย เลยได้ไปเที่ยวบ้านแอร์ เพิ่งรู้ว่าแอร์เป็นคนที่มีสมอง 2 ซีก (ซ้ายขวา) โตเท่าๆกัน เพราะเธอวาดรูปเก่งมาก ตอนเด็กๆ ดูแล้วยังงงเลย ไม่น่าเชื่อ เก่งตั้งแต่เกิด แล้วก็กลับบ้าน วันนี้ไอ้พวกคู่หูแป๊กกะจ้อนโทรมาชวนไปพัทยา ไปสัมมนาแอมเวย์ไง เหอๆ
เรื่องงานน้าไอ้อมเข้าไปเซ็นสัญญาพร้อมด่าไอ้อมเรียบร้อย คงต้องเริ่มทำงานแล้วล่ะนะ 3 เดือน
คิดถึงกุ้งจัง เดี๋ยวโทรไปหานะพรุ่งนี้ มีเรื่องตลกๆของไอ้พีเล่าให้ฟังด้วย แอบจำมาจากไอ้บิ๊ก

ปล.เอางานโรงแรมไปส่งเขามาแล้ว เรียกไป 5000 เขาให้มาหมื่น เลยแบ่งกะลูกอมคนล่ะ 5000ปีใหม่เพื่อนชวนไปภูกระดึงอ่ะ เอาไงดี

December 17, 2002

ไอ้บิ๊กกลับมาแล้ว กะว่าวันนี้จะไปที่คณะกับมัน เห็นบอกว่าจะให้แอร์ติวสอบให้ เฮ้อ กะว่าจะไปเอา InGear ด้วย อิอิ

December 15, 2002

วันนี้ไอ้อมมาให้ซ่อมคอมที่บ้าน ฮาๆ power supply เสียอ่ะ
อมเคยบอกไว้ว่าเรากับมันต้องเกิดใกล้ๆกันแน่เลย เพราะมีอะไรที่เหมือนๆกัน (ไอ้บ้าเคยบอกแล้วไงว่ามันเกิดคนล่ะวันกัน) เราเกิด 30 กค. ไอ้อมเกิด 31 กค. (แต่คนล่ะปี) มันบอกว่าแฟนมันต้องไปเรียนเมืองนอกเมื่อวาน แต่แฟนเราไปติดเกาะ วันเดียวกัน พูดง่ายๆแฟนต้องเดินทางไกลทั้งคู่
แต่ตอนนี้เป็นโสดทั้งคู่ไง :P~
เหอๆ เมื่อคืนวานได้มีโอกาสไปดู Harry Potter กับไอ้กล้ามา เข้าโรงไป 5 ทุ่ม เลิกออกมา ตี 2 งงๆแฮะ หนังก็สนุกกว่าภาคแรก แต่ก็ไม่ได้ดีอะไร เหมาะสำหรับคนที่เคยอ่านหนังสือมาแล้วมากกว่า ไอ้กล้าดันนั่งหลับอีก แถมมีคนเมาเข้าไปดูแล้วเดินไปฉี่ตรงริมกำแพงในโรงหนังด้วย ได้ยินเสียงฉี่ดังเชียว แย่มากๆ ไม่เคนเจอมาก่อนพอออกมาก็ไปส่งไอ้กล้าแล้วก็ได้ thesis มันมาอ่านเล่น (คงจะได้อ่านหรอกนะ) กลังจากนั้นก็กลับบ้านนอนแล้วไปคุม lab ต่อวันนี้น้องบังคลาเทศถามมากเหลือเกิน สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร แต่ก็พยายามจนเข้าใจกัน เรามีปัญหาในการพูดจริงๆด้วย สำเนียงไม่ดี :P แต่ฟังรู้เรื่องนะ พอเลิกไอ้กล้ากับไอ้นิคก็โทรมาชวนไปกินเหล้ากัน ไอ้นิคซื้อ absolute vodka มาฝากไอ้ดม (ไอ้เบิ้ม) 1.7 ลิตร ขวดใหญ่มากๆ เอาไปนั่งกินกับไอ้รุ่นน้อง IT://4 กินกันๆแล้วก็โทรไปเรียกตาอาทมาด้วย ตาอาทก็บึ่ง Taxi มาจากท่าพระอาทิตย์เลย ไม่น่าเชื่อ พอมาถึงทุกคนก็เป็นศพหมดแล้ว เพราะ 2 ชม.ก็กินกันหมดแล้ว ฮาๆ ไอ้นิคเมาเละนั่งคุยกันสักพักพอตี 3 ก็หลับกันหมด ตื่นมาปวดเมื่อยเหลือเกิน เฮ้อ!!
ป.ล. เพิ่งเคยคุยกับน้องกัณฑ์เป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยไปพูดไม่ถูกหูมันเมื่อต้องมันอยู่ปี 2 เลยพอข้าใจแล้วว่ามันเป็นคนอย่างไร ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนั้นน้องมันโมโห หาว่าดูถูกมัน (เราเปล่านะ ก็แค่พูดเฉยๆ ปรกติ) น้องมันก็คือน้อง IT นั้นแหละ เหมือนกันทุกคน IT is the best

December 07, 2002

วันนี้ไปคุม lab วันแรก เหนื่อยจริงๆ ไม่รู้เรื่องเลย เรียนมาคืนเขาไปหมดแล้ว กลับมาก็นอนหลับยาวเลย ฮาๆ น้องๆ IT ฮาดี จะรู้ไหมหนาว่าไอ้พี่คนนี้พึ่งมันไม่ได้ กรี๊ดๆ ศุกร์หน้าก็ต้องไปอีก เฮ้อ ขับรถจะหลับเอาๆ ต้องระวังหน่อยแล้ว ตื่นเต้นมากๆ นอนไม่หลับวันแรก วันต้อไปก็คงปกติแล้วล่ะ ไปเอา recoommend กะใบรับรองมาแล้ว ได้ฤกษ์ส่งใบสมัครเสียที จะได้ไปเรียนต่อกับเขาบ้างนะ

November 20, 2002

ช่วงนี้บ้าอยู่ 2 อย่าง ไม่ Ro (Ragnarok) ก็ต้องหัดเล่นโกะ Ro นะเพิ่งจะเล่นไม่ถึงเดือนหลังจากที่เข้าไปอยู่ใน IRC อยู่ทุกวัน เพราะคนในห้องดันเล่น Ro กันเพียบ เลยมีเพื่อนเล่นทั้งวันทั้งคืนแต่พอเมื่อเสาร์ที่แล้วได้ไปกินข้าวกับเพื่อนๆที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหลาย อันประกอบไปด้วย กุ้ง ป๊อบ และไอ้ยศ ซึ่งรายหลังนี้ชักจะมีพิรุธ return กลับไปหาแฟนเก่าอย่างออกหน้าออกตาเลยทีเดียวพอกินข้าวที่สามย่านเสร็จก็แวะมาหลบฝนที่ร้าน seven today ไม่ได้ตั้งใจซื้ออะไร เผอิญเหลือไปเห็นการ์ตูนสอนโกะเข้า ราคา 95 บาท ไม่แพง แล้วเราก็เป็นคนชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้วด้วยก็เลยคิดว่าจะซื้อมาลองอ่านดู เพราะชอบอ่านการ์ตูนโกะอยู่เรื่อง ก็ ฮิคารุเซียนโกะ ไงล่ะจริงๆแล้วโกะเนี่ย ไอ้นัทเพื่อนเราเคยมาสอนให้ลองเล่นอยู่พัก แต่เล่นทีไรแพ้ทุกที คงเป็นเพราะว่าไม่เข้าใจว่ามันเล่นยังไง นึกว่าการชนะคือการจับกินหมากของคู่ต่อสู้และให้ได้พื้นที่ตรงนั้น พอมาวันนี้หลังจากที่ได้ลองเข้าไปดูตาม website โกะต่างๆแล้วก็ลองหาเกมส์มาเล่นดู เพิ่งเข้าใจว่าเขาเล่นกันอย่างไร ยึดพื้นที่กันอย่างไร ไม่จำเป็นต้องจับกินอย่างเดียว(นึกว่าหมากฮอทล์) ไม่น่าเลยหลงเข้าใจผิดมาตั้งนาน ในที่สุดก็เล่นชนะคอมเป็นครั้งแรก แล้วเราจะหัดเล่นมันต่อไปเรื่อยๆ พอเก่งขึ้นแล้วจะลองไปสู้กับคนจริงๆดู ตอนนี้ยังเล่นแค่ 9x9 อยู่เลย เฮ้อ
เราคงมีข้อดีอยู่ 2 อย่างมั้ง คือ 1.มีความสนใจแบบรุนแรงในระยะสั้นๆ คล้ายๆกับเด็กที่อยากได้อะไรก็อยากได้สุดๆ จะเป็นจะตาย แต่พอเวลาผ่านไป ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร กับ 2. ยังเป็นเด็กล่ะมั้ง ได้ของอะไรมาก็จะเล่นๆๆๆๆ แกะมาศึกษาให้เข้าใจ พอเบื่อก็เลิก สงสัยนิสัยนี้แก่ตัวไปก็ยังคงอยู่แน่นอน

August 27, 2002

ผ่านวันเกิดไปแล้ว โชคดีถูกล๊อตเตอร์รี่เลขท้าย 3 ตัว กับได้ job เล็กๆ 2 เดือนที่ SUN นับว่าโชคดีจัง
วันนี้หลังจากที่เลิกงานก็ได้มีโอกาสผ่านร้านหนังสือที่ลด 50% เป็นหนังสือมือ 2 เลือกซื้อไปๆมาๆ ก็ไปสะดุดเอาหนังสือเล่มเก่าๆที่มีชื่อว่า "ผมไม่อยากเป็นแมวแม่มด Gobbolino the witch's Cat" จำได้ว่าเคยอ่านตอนเด็กๆ สนุกดี เป็นวรรณกรรมสำหรับเยาวชน เป็นเรื่องเกี่ยวกับแมวแม่มดตัวน้อยที่วันดีคืนดีก็อยากไปเป็นแมวบ้านธรรมดาๆกับเขา เพราะว่าตัวเองไม่สมประกอบในการเป็นแมวแม่มดนั้นเอง เรื่องราวก็น่ารักสนุกสนานไปตามเรื่อง พลิกไปดูราคาเพียงแค่ 65 บาท ลดแล้วก็เหลือ 32 บาทเท่านั้น ก็เลยซื้อมาเก็บสะสมไว้อีกเล่มหนึ่ง
จริงๆแล้วช่วงนี้ก็ไปเล็งๆหนังสืออีกเล่มหนึ่งไว้เหมือนกัน ชื่อหลังอานบุรี หรือไงเนี่ยล่ะ ว่าจะซื้อมาอ่านอยู่ แต่รอเก็บหลายๆเล่มแล้วไปซื้อทีเดียวที่จตุจักรดีกว่า ลด 20% แหนะ :)

July 31, 2002

วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบอายุ 23 ปี ของเราเอง :D
วันนี้ตื่นไปทำบุญตักบาตรไม่ทัน แต่ก็ได้ทำบุญผ่าน Internet แทน (สมกับเป็นเด็ก IT) มีคนโทรมาบอกว่าที่ tfb มีให้บริจาคผ่าน internet ได้ แล้ว tfb จะสบทบให้อีก 1 เท่า เราก็เลยตัดสินใจบริจาคให้มูลนิธิคุ้มครองเด็กไป 500 บาท + ธนาคารอีก 500 ก็รวมเป็น 1000 พอดี หวังว่าคงจะช่วยเหลือมูลนิธิได้บ้างนะ ใมูลนิธินี้ช่วยเหลือเด็กที่ถูกทารุณ ถูกล่อลวง ละเมิดทางเพศ ใช้แรงงาน จริงๆแล้วถ้ามีมูลนิธิที่ช่วยเหลือเรื่องการศึกษาเป็นหลักก็จะบริจาคอีกนะ แต่หาไม่เจอ เอาอันนี้ไปแทนก็แล้วกัน
พูดถึงเรื่องบริจาคเงิน เราเคยตั้งไว้ว่าเราจะบริจาค ทำบุญ 10% ของรายได้ที่ได้รับทุกเดือนนะ แต่ทำได้อยู่ เดือน 2 เดือนก็เลิก เพราะเงินใช้ไม่พอ เอาใหม่ คราวนี้ถ้ามีเงินเดือน จะกันไปเป็นทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสแล้วล่ะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขแล้วกันนะ

June 18, 2002

หายไปร่วม 2 เดือน เพราะขี้เกียจ ต้องขอโทษด้วยนะ :) ตอนนี้เราอ่าน Harry Potter เล่ม 1- 3 ทั้งหมด 2 รอบ แล้วเล่ม 4 อีก 3-4 รอบ อยากรู้จริงว่าเมื่อไรเล่ม 5 จะออก แล้วทำไม คนที่นายก็รู้ว่าใครต้องฆ่าพ่อและแม่ของแฮร์รี่ด้วย มันน่าจะเปิดเผยในตอนหลังเนี่ยล่ะ

May 04, 2002

วันนี้เพิ่งกลับมาจากไปเที่ยว sand stone แถวๆ palm spring กะ sugar beat แถวคลองประปามา เคยไปร้านนี้ 2-3 ครั้งแล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้นั่งเป็นส่วนตัวข้างบนกับเพื่อนที่รู้ใจสัก 2-3 คน ดนตรีดี นักร้องดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เสียดายอาหารแพงไปนิด แต่ยังไงซะเพื่อนเราก็เลี้ยง (ไม่น่าเชื่อ แต่สุดท้ายก็ช่วยมันออกไป 200 จริงๆมันกี่พันก็ไม่รู้ :P) กลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้ไปดูละครเวทีหรือป่าวเนี่ย ง่วงจังแต่อยากทำงานมากๆ ไฟแรง
ปล. vdo เกินกำหนดมา 3 วันแล้ว เซ็ง

May 01, 2002

และแล้ว ManU ก็ต้องมีอันตกรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีคไปแล้ว ด้วยการทำแค่เสมอกับ เลเวอคูเซ่นไป 1-1 รวม 2 นัด 3-3 แต่เลเวอได้กฎ Away Goals ชนะไป
เซ็งจริง แต่ขอทำนายว่าเลเวอจะได้แชมป์
วันนี้(30/04/45) ออกไปทำธุระตามที่ตั้งใจไว้ครบถ้วน ออกจากบ้านตอนเที่ยงไปจ่ายค่า UBC ตามติดด้วยไปองค์การโทรศัพท์ ไปขอติดตั้งโทรศัพท์ ISDN แล้วก็ไปคืนการ์ตูนที่ค้างไว้ โดนปรับอีกแล้ว 18 บาทแหน่ะ ว่าแล้วก็ไปขึ้นรถไฟฟ้าไปต่อรถเมล์ไปพันธุ์ทิพย์ พอถึงพันธุ์ทิพย์ก็เข้าไปเดินหา CDR/RW Drive กะว่ามือ 2 ก็ได้ ถ้า 2 พันจะซื้อเลย ไม่มีครับมีแต่ 3000 ส่วนร้านที่มี 12x ขาย 1800 ของหมด นี่ว่าจะไปเดินดูที่ Zeer หรือไม่ก็ Fortune นะเนี่ย เผื่อของยังไม่หมด ขากลับได้เกมส์ Zeus มา 1 แผ่น และก็ออกเดินทางไป Worldtrade เพื่อไปร้านหนังสือ Kinokuniya ไปยืนดูเจ้า The missing piece และผองเพื่อนเล่มต่างๆที่วางเรียงรายกันอยู่ คำนวณราคาคร่าวๆแล้วก็ถอยดีกว่า ไม่น่าเชื่อเจอคุณปราบดา หยุ่น ด้วยถ้าไม่เคยเห็นทาง TV คงไม่รู้จักหรอก เผอิญเราไม่ใช่แฟนผลงานของเขาเท่าไร ข้ามไปคนนี้พอ 5 โมงกว่าๆก็ออกเดินทางไปเยี่ยมตาที่โรงพยาบาลรามา ตาไม่สบาย ป่วย ถ่ายไม่หยุดคงเป็นเพราะลำไส้มันขด แถมยังมีหลอดเลือดที่หัวใจตีบอีก รอ X-ray ดูอาการก่อน แต่แกกำลังใจดีมากๆ อายุ 82 แล้ว เกิดวันที่ 4 ก.ค. 2467 บอกให้อยู่กันนานๆหน่อย แกหัวเราะใหญ่ บอกว่าถ้าจะไปก็ไปเองแหละ เปลี่ยนโลกบ้าง :) ขอให้หายเร็วๆนะครับ
กลับมาบ้านนั่งดูหนังเกาหลีเรื่อง IL Mare อ่านว่า อิล มาเร่ แปลว่าติดทะเล เป็นเรื่องราวของ 2 หนุ่งสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านพักติดทะเลที่ชื่อ IL Mare เพียงแต่คนล่ะเวลาเท่านั้น แต่ทั้งคู่กลับถูกเชื่อมโยงระหว่างกาลเวลาด้วยตู้จดหมายที่ตั้งอยู่ที่หน้าบ้าน ความรักของทั้งสองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? และแล้วก็เป็นไปตามแบบของหนังเกาหลี นางเอกน่ารัก พระเอกก็หล่อ เพลงเพราะ วิวดี เนื้อหาซึ้งจับใจใครหลายๆคน ไม่น่าเชื่อว่าหนังเกาหลีจะทำได้ดีขนาดนี้ หรือเพราะเป็นเรื่องแรกที่ได้ดูก็อาจเป็นได้ (ไม่นับ Autumn in my heart ทาง ITV ที่ดูบ้างไม่ดูบ้าง) แต่คิดว่าถ้าได้ดู 2-3 เรื่องติดก็อาจจะเบื่อได้ถ้าเนื้อหายังซ้ำๆเดิม ใครอยากจะดูหนังซึ้งๆก็คงไม่ผิดหวังเท่าไรนักถ้าจะหยิบเรื่องนี้มาเลือกชม

April 29, 2002

วันนี้ออกไปข้างนอกมาเพื่อที่จะไปเจอเพื่อนๆและนำหนังสือไปคืนเพื่อนอีกคนเพราะว่าเรายืมมานานแล้ว(ดอง) ไปๆมาๆกลับได้ยืมหนังสือที่เราอยากอ่านมาอีก 1 เล่ม กับได้ของฝากจากแดนไกลเป็นหนังสือ 1 เล่มโต เรื่อง The Missing Piece ของ Shel Silverstein ถ้าใครจำได้มันจะมี The Missing Piece Meets the Big O ในไทยก็เรื่อง ส่วนที่หายไป ที่เป็นชิ้นส่วนสามเหลี่ยมออกเดินทางตามหาส่วนที่ขาดหายไปเพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตของตนเอง เคยมีคนมาทำเป็น flash แปลไทยเมื่อก่อนดังอยู่พักนึง เผลอลบไปแล้วแย่จัง เราเคยขอเขาใหม่มา 1 ทีแล้วสงสัยต้องขอใหม่ :) ยังไม่ได้อ่านเลยยังไม่ขอเล่านะ กับอีกเล่มเป็นหนังสือที่เราไปยืนอ่านที่ร้านแล้วเกิดชอบ อยากจะซื้อ แต่ไม่ได้ซื้อ(อีกแล้ว) ชื่อเรื่อง หนึ่งวันเดียวกัน เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นแนวทดลองที่ตีพิมพ์ใน a day เราชอบในการนำเสนอของเขา แปลกดี อันนี้ขอยืมเขามา ต้องเอาไปคืนนะ (ขอขอบพระคุณเพื่อนที่แสนจะใจดีไว้ ณ. โอกาสนี้ด้วยนะ)
เมื่อวานได้มีโอกาสไปจังหวัดสระแก้ว เพื่อเดินทางไปกินอาหารเวียดนาม ไม่น่าเชื่อครับว่าที่บ้านอะไรจะบ้าขนาดนั้น ขับรถไปกลับ 600 โลเพื่อไปกินอาหารเวียดนามแล้วก็กลับ ขากลับเราได้ซื้อเปลญวนกลับมาด้วย ไหนๆก็ไปถึงชายแดนแล้วนี่ ของแท้แน่นอน เปลญวณ ราคา 60 บาท ถูกมากๆ ก่อนกลับแวะซื้อแคนตาลูปมา 3 ลูก แช่ในตู้เย็นกินแล้วอร่อยชื่นใจจัง :)

April 24, 2002

เมื่อวันอาทิตย์ได้ไปเดินเที่ยวงานกรุงเทพ 220 ปีมา คนเยอะจังเลย เดินซะเมื่อยขา ได้มีโอกาสไปภูเขาทองเป็นครั้งที่ 2 จึงรู้ว่าพื้นกระเบื้องนั้นช่างร้อนนัก และเพิ่งรู้ว่าอยากจะเที่ยวกรุงเทพให้เดินตามฝรั่งที่มีแผนที่รับรองเราไม่หลงแน่ :D
2-3 วันนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมขี้เกียจเหลือหลาย วันๆเอาแต่ออกไปเช่า VCD มาดูทั้งวันเลย หนังเก่าๆ หนังใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ดูก็เช่ามาดูให้หมด ตอนนี้อยากจะดู The god father กับ Benhur มาก (the sound of music ก็มี) แต่ติดที่มีแต่พากษ์ไทย ถ้าหาไม่ได้จริงๆคงต้องเช่ามาดูแล้วล่ะ เรื่องล่ะ 15 บาทเอง 7 วัน :P
วันนี้(อังคาร 23) ก็ได้มีโอกาสดู The chicken run สนุกดี ซึ้งๆ ไม่น่าเชื่อเลย เป็นเรื่องของฝูงไก่(ตัวเมีย) ที่ต้องการหนีออกจากฟาร์มไก่ไข่ให้ได้ สนุกดี ส่วนวันก่อนก็ได้มีโอกาสดู The animal นางเอกน่ารักดี ผมสั้นๆ ชื่อ Colleen Haskell ก็เลยไปหาตาม net ดู ไม่น่าเชื่อว่าคนนี้เคยเล่นใน survivor ภาคแรกมาก่อน แต่ถูกคัดออกในตอนที่ 11 แต่เผอิญ Adam Sandler (ที่เล่น Waterboy อ่ะ) กำลังหาตัวนางเอก แล้วเผอิญได้ดูใน Survivor เข้าก็เลยเรียกเธอมาทดสอบ แล้วเธอก็ถูกใจกรรมการได้บทนี้ไป ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ยว่าคนเราถ้าจะเกิดมันก็เกิด เยี่ยมจริงๆ
ในที่สุดวันนี้จดหมายที่รอคอยก็มาถึง นึกว่าจะสูญ check แล้ว ฮูเร่ได้ทุนคืนแล้ว(ประมาณ 6 เดือนตั้งแต่เริ่มโครงการ) เอาไปลงทุนต่อได้ แต่ก่อนอื่นต้องหาทางขึ้นเงินมันให้ได้ก่อนนะ เฮ้อ มีแต่ธนาคารไกลบ้านทั้งนั้น

April 19, 2002

เมื่อวานมีโทรศัพท์ลึกลับมาชวนให้ไปทำงานส่งประกวด แต่มีข้อแม้ที่โหดมากคือต้องชนะเท่านั้น แต่เราก็ไม่ถนัดทางนี้ด้วย อีกอย่างตีโจทย์ไม่แตกเลยต้องปฎิเสธไปในวันนี้ ก่อนหน้านั้นเพื่อนก็ชวนให้ไปเขียนโปรแกรมหน่อย ให้เราหาวิธีให้ จนแล้วจนรอดก็ยังหาไม่ได้ สงสัยต้องปฎิเสธงานอีกแล้วมั้งเนี่ยอยากจะทุ่มให้กับงานส่วนตัวเต็มที่ ตอนนี้ร่างแผนอยู่ ต้องงัดเอาวิชา DSS (Dicision Support System) อย่างนี้ป่าวว่ะ จะเอามาใช้หาจุดกำไรที่สุดที่จะทำได้ ฮาๆ ว่าแล้วก็ไปหยิบตำรามา อ่านๆแล้วก็ลืม จำไม่ได้ สงสัยต้องหาคนคิดให้แล้วล่ะ เฮ้อ

April 17, 2002

ไปเที่ยวสงกรานต์ที่ลำปางมาได้ไปสาดน้ำกับเขาด้วย เฮ้อ ไม่ค่อยหนุกเลย มีแม่กับป้าๆอีก 2 คนน่าเบื่อจริง ไปเที่ยวครั้งนี้ได้ประสบการณ์แปลกๆมา 2 แบบ ใครได้ดูขุนแผนมาแล้วคงคุ้นกับคำว่า "กุมารทอง" หรือรักยม พอดีได้มีโอกาสไปเจอคนทรงเจ้าที่เป็นร่างทรงให้เทพอะไรแบบเนี่ยมาเข้าร่างแล้วช่วยเหลือชาวบ้านอ่ะ เหมือนอย่างในหนังไทยเลย แต่คนทรงคนนี้เป็นผู้หญิง เขาบอกว่าถ้าเกิดกุมารหรือเทพจะลงเขาก็จะมาลงที่ร่างเลยแล้วท่าทางก็จะเปลี่ยนไปตามเทพนั้นๆนะแหละ ผมเองก็ฟังหูไว้หู ไม่เชื่อเท่าไรแต่ก็ไม่หลบหลู่ แต่ก็อยากเห็นเหมือนกัน พอดี๊ ได้ไปเล่นทรงกรานต์ด้วยกัน ก็นั่งข้างหลังนะแหละนั่งด้วยกัน นั่งไปนั่งมาเขาสาดน้ำกันสนุก กุมารอยากเล่นด้วยก็เข้าร่างเขาเลย เขาจะหาวดังๆก่อนหลายที แล้วพอกุมารเข้าร่าง จากป้าผู้หญิงก็กลายเป็นเด็กไปเลย ท่าทางการทำตัวเหมือนเด็กๆ เสียงก็กลายเป็นเด็ก แปลกดีแฮะ ก็นั่งคุยกันนิดหน่อย เขาบอกว่าอายุน้อยกว่าผมปีนึง แต่ร่างเขาอายุแค่ 8-9 ปี (น้อยกว่าผมปีก็ประมาก 21-22 ปีอะดิ) แม่ถามเขาว่าผมมีแฟนยัง? เขาก็บอกว่ามีแล้ว ผมเลยถามว่าชื่ออะไร? เงียบ? แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเรื่องอื่น กว่าที่กุมารจะออกจากร่างก็เกือบ 5 ชั่วโมง ผมคิดว่าพี่เขาคงเหนื่อยมากเลย คิดๆแล้วก็แปลกดีแฮะส่วนวันต่อมาผมก็ได้เดินทางขึ้นไปบนดอย เข้าไปในหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าเย๊าหรืออีก้อเนี่ยแหละ จำไม่ได้ อากาศบนดอยนั้นดีมากๆ เย็นๆ วิวสวย เขาต้อนรับเราดีมาก พอตกเย็นพี่คนที่พาไปก็บอกว่าจะพาไปส่องเรา เราก็อยากไปเพราะไม่เคยนั่งห้างดูสัตว์ป่าตอนกลางคืนมาก่อน เขาบอกว่ามีหมูป่าเยอะ เก้งก็พอมี ไอ้เราก็เลยไปกับเขาด้วย ก็มีชาวเขาติดรถไปด้วยกัน เขามีปืนกันทุกคนเลย คงเอาไว้ล่าสัตว์ ไปๆมาก็มีคนประมาณ 7 คนได้(รวมผมแล้ว) พอถึงที่เขาก็จิดรถแล้วก็แจกไฟฉายมาให้ผมอันหนึ่ง เป็นแบบติดบนหัว เริ่มงงๆแล้ว พอดีเขาก็เปลี่ยนเป็นไฟฉายแบบกระบอกมาให้แทน เสร็จแล้วก็แจกปืนมาให้ 1 กระบอก ปืน?? เอาไปทำอะไร ไม่ใช่ไปส่องสัตว์เหรอ นี่มันไปล่าสัตว์แล้วนี่นา คนละความหมายแล้ว เฮ้ยไม่เอาๆ ไม่ยิงๆ เขาก็บอกให้ติดตัวไว้ เผื่อใช้ยิงเล่น แถมถามว่าจะเอามีดไหม ไอ้มีดเดินป่าอันยาวๆอ่ะ เฮ้อ เอาก็เอาว่ะ ตามเขาไปเข้าป่า เนื่องจากเราเป็นมือใหม่เขาเลยให้เราไปกับชาวเขาคนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้แล้ว ไม่ คึ ก็ สู เนี่ยล่ะ) ไปกัน 2 คน เดินลงข้างทางไปเลย ไปไม่ไกลเท่าไร เพราะเรามือใหม่ แล้วลงไปลึกน่าดู คิดดูสิเราใส่รองเท้าแตะ แต่เดินลงหน้าผาอ่ะ หน้าผา ย้ำหน้าผา ชันสุดๆ ขนาดเขายังลื่นเลย ไอ้เราจะเหลือเรอะ ลื่นสไลด์ลงไปเลย ฮาๆ เสียงนั้นดังมาก เพราะในป่าเสียงทุกเสียงเงียบหมด เงียบสนืท แค่เราหายใจยังได้ยินเลย เรานั่งซุ่มกันอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงหมูป่าเดินมาใกล้ๆ เขาก็ชี้ให้เราดูใหญ่เลย ปากก็บอก หมู หมู ไอ้เราก็ได้ยินแต่เสียง แต่มองไม่เห็นตัวมัน ก็ตัวมันดำๆกลมกลืนไปกับต้นหญ้ากับความมืดนี่น่า ว่าแล้วพี่แกก็ประทับปืนเล็ง ไอ้เราก็ภาวนาอย่าให้เกิดการนองเลือดแถวนี้เลย ไม่เอาๆ ว่าแล้วหมูก็เงียบไป คงเดินหนีไปแล้ว โชคดีของหมู เวลาผ่านไปช้าๆ เราย้ายที่กันอีกที แล้วพี่เขาก็ตัดใบกล้วยมารองพื้นให้เรานอนรอ เพราะเขาจะลงไปลึกอีก สงสัยเราทำเสียงดังหมูเลยหนีไป เราก็เลยนอนมากลางป่าเลย มดกันเต็มไปหมด แมลงเพียบ กลัวก็กลัว กลัวงูกัด คิดมากเพราะมันเงียบ นอนเล่นสักชั่วโมง พี่เขาก็ขึ้นมาบอกว่า หมูคงไปที่อื่นแล้ว กลับกันดีกว่า เบ็ดเสร็จ 2 ชั่วโมงกับการนั่งนิ่งๆไม่กระดุกกระดิก นึกถึงครูฝึกรด.เลยว่าแค่เหยียบกิ่งไม้หักก็ตายได้ เห็นภาพแล้วครับครูขาขึ้นนั้นลำบากมาก เพราะทางชันสุดๆ รองเท้าก็แตะ ปืนก็ต้องแบก พี่เขาเดินฉับๆไป เราก็ตามแต่ทำไม่ได้ เพราะมันชันขนาดที่ว่าต้องคลานขึ้นไปเลยปีนป่ายแบบ mission impossible เลย ไม่เวอร์นะ เราต้องอาศัยเกาะต้นไผ่ดึงตัวขึ้นไป พอขึ้นไปถึงถนน หัวใจแทบจะระเบิดเพราะเต้นเร็วมาก หายใจแทบไม่ได้ เหนื่อยสุดๆ พอถึงเพิงที่พักก็นอนเลย เพราะยังไม่มีใครกลับมา สงสัยจะออกไปล่าจนถึงเช้า เราก็นอนเอาแรงล่ะ พี่เขาก็จุดไฟให้อุ่น สักพักเดียวก็มีเสียงเดินซวบๆดังมาจากข้างหลัง หมู หมู พี่แกร้องอีก (พี่แกพูดไทยไม่ค่อยได้) แล้วก็รีบดับไฟ และแล้วหมูก็หนีไปตามเคย แล้วพี่แกก็บึ่งมอเตอร์ไซค์กลับไป สักพักก็พาเพื่อนกลับมา เขาบอกว่าให้ไปส่งเรากลับที่พักก่อนเพราะเขากับพี่คนที่พาเรามานั้นคงจะล่าหมูอยู่อีกนาน (จะเอาให้ได้) ให้เราไปนอนเลยไม่ต้องรอ ไอ้เราก็เหนื่อยก็เลยกลับไปนอนที่บ้านเขา อากาศเย็นมากๆ ขนาดหน้าร้อนนะเนี่ย หน้าหนาวคงแข็งตายแน่ เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี คราวหน้าจะฟิตร่างกายมาให้ดีและจะเอารองเท้าหุ้มส้นกับหมวกไอ้โม่งมาด้วย ถ้าให้ดีจะเอาแว่น infrared มา ฮาๆๆๆ
หลังจากกลับมาจากเกาะช้างได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็มีอันต้องเดินทางไปยังเกาะช้างอีกรอบกับเพื่อนๆที่ทำงาน ก็ไหนๆจะไม่ได้เจอกันแล้วนี่ก็เลยไปเที่ยวด้วยกันหน่อย เพราะนัดกันไว้นานแล้วตั้งแต่ปีใหม่โน่น :) ดันไปหน้าเทศกาลอีก เลยต้องแบกเต๊นท์กันไปกันเหนียวไว้ก่อนเผื่อไม่มีที่นอน ออกเดินทางคืนวันที่ 5 กลับวันที่ 8 ตอนเย็นๆ ไปถึงก็เดินหาที่พักตั้งแต่หัวหาดยันท้ายหาดเลย (ไปหาดทรายขาว) ก็ไปได้ที่ท้ายหาด เป็นห้องเล็กๆไว้ซุกหัวนอนได้ ราคา 200-300 บาท (see-sun bungalow) ที่พักก็งั้นๆไม่ค่อยจะดีเท่าไร แต่อาหารก็ ok ราคาปกติไม่แพงมาก เห็นบอกว่าไม่รับคนไทยแต่หน้าเทศกาลเลยรับ อะไรกันฟ่ะนี่บ้านเมืองเรานะเฟ้ย ยังมาแบ่งให้ฝรั่งอีก เลยคิดว่าสงสัยคนไทยไม่ค่อยอุดหนุนที่ร้านเขาแน่ๆเลย (แต่ไปๆมาๆ2วันเห็นเราคนไทยนั่งกินอยู่แค่โต๊ะเดียว) มาเที่ยวครั้งนี้ลงไปว่ายน้ำทีเดียวเอง ไม่ค่อยหนุกเท่าไร คงเพราะเรามีเรื่องให้คิดมากด้วยล่ะ เลยไม่ค่อยได้เฮฮากับเขา บางทีก็หนีไปนอนชายหาดเงียบๆคนเดียว สบายๆ คนอื่นเขาอยากไปดื่มๆกัน แต่เราเฉยๆอ่ะ มาทะเลอยากนอนดูดาวมากกว่า แต่ไปครั้งนี้มองไม่เห็นพระจันทร์เลย -_-! ว้าแย่จังก่อนกลับก็แวะไปซื้อของฝากกัน เราก็ไม่ได้ซื้อนะเพราะไม่มีตัง อีกอย่างไม่กินทุเรียนด้วย :D แต่แอบลองชิมทุเรียนทอดแล้ว เค็มๆ อร่อยดีแฮะ ที่ถูกใจที่สุดเห็นจะเป็นขนมเปลือกไม้ที่เคยกินตอนเด็กๆ เป็นตังเมแท่งๆเป็นสีน้ำตาลคล้ายๆเปลือกไม้ เคยทานกันไหม? อร่อยดี กินแล้วติดฟัน :) ขากลับโดนให้นั่งคนเดียวนึกว่าจะได้นั่งกะสาวๆ โธ่กลายเป็นคุณป้าแก่ๆอายุ40 เซ็งๆๆๆๆๆๆ เลยหลับซะเลย กลับมาถึงบ้านก็เตรียมตัวเดินทางอีกแล้ว คราวนี้มุ่งหน้าสู่ลำปางในหน้าเทศกาลสงกรานต์ 9 - 20 เมษายนนี้
ป.ล. ลืมวันเกิดแม่เฉยเลย วันที่ 4 เดือน 4 จำไว้ซิไอ้ออย

April 03, 2002

หลังจากกลับมาจากพัทยา ก็ได้เวลาออกจากงานที่ทำอยู่ เจ้านายพาไปเลี้ยง และหลังจากวันนั้นก็ไปเที่ยวเกาะช้างกับเพื่อนๆ สนุกดี ตัวดำเลย น้ำใสแจ๋ว ชายหาดคนน้อยมากๆ เพราะไม่ใช่หน้าเทศกาล ไปนอนที่คลองพร้าว มีแต่ต้นมะพร้าวเต็มไปหมด ชายหาดไกลสุดตา ท้องฟ้าไร้เมฆ ไปพักกันที่ ทะเลบังกาโล http://www.geocities.com/thalebungalow นอนเต๊นท์คนล่ะ 50 บาท เครื่องนอนหมอนผ้าห่มอีก 20 บาท ถ้านอนบังกาโล คืนล่ะ 150 บาท ไม่มีแอร์ ไม่มีพัดลม ห้องน้ำรวม เงียบๆ สบายๆ มีเพลงเพราะๆให้ฟังตอนทานข้าวด้วย ถ้ามีเวลาว่างจะปลีกตัวไปวิเวกสักอาทิตย์ที่นี่ล่ะ