April 29, 2002

วันนี้ออกไปข้างนอกมาเพื่อที่จะไปเจอเพื่อนๆและนำหนังสือไปคืนเพื่อนอีกคนเพราะว่าเรายืมมานานแล้ว(ดอง) ไปๆมาๆกลับได้ยืมหนังสือที่เราอยากอ่านมาอีก 1 เล่ม กับได้ของฝากจากแดนไกลเป็นหนังสือ 1 เล่มโต เรื่อง The Missing Piece ของ Shel Silverstein ถ้าใครจำได้มันจะมี The Missing Piece Meets the Big O ในไทยก็เรื่อง ส่วนที่หายไป ที่เป็นชิ้นส่วนสามเหลี่ยมออกเดินทางตามหาส่วนที่ขาดหายไปเพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตของตนเอง เคยมีคนมาทำเป็น flash แปลไทยเมื่อก่อนดังอยู่พักนึง เผลอลบไปแล้วแย่จัง เราเคยขอเขาใหม่มา 1 ทีแล้วสงสัยต้องขอใหม่ :) ยังไม่ได้อ่านเลยยังไม่ขอเล่านะ กับอีกเล่มเป็นหนังสือที่เราไปยืนอ่านที่ร้านแล้วเกิดชอบ อยากจะซื้อ แต่ไม่ได้ซื้อ(อีกแล้ว) ชื่อเรื่อง หนึ่งวันเดียวกัน เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นแนวทดลองที่ตีพิมพ์ใน a day เราชอบในการนำเสนอของเขา แปลกดี อันนี้ขอยืมเขามา ต้องเอาไปคืนนะ (ขอขอบพระคุณเพื่อนที่แสนจะใจดีไว้ ณ. โอกาสนี้ด้วยนะ)
เมื่อวานได้มีโอกาสไปจังหวัดสระแก้ว เพื่อเดินทางไปกินอาหารเวียดนาม ไม่น่าเชื่อครับว่าที่บ้านอะไรจะบ้าขนาดนั้น ขับรถไปกลับ 600 โลเพื่อไปกินอาหารเวียดนามแล้วก็กลับ ขากลับเราได้ซื้อเปลญวนกลับมาด้วย ไหนๆก็ไปถึงชายแดนแล้วนี่ ของแท้แน่นอน เปลญวณ ราคา 60 บาท ถูกมากๆ ก่อนกลับแวะซื้อแคนตาลูปมา 3 ลูก แช่ในตู้เย็นกินแล้วอร่อยชื่นใจจัง :)

April 24, 2002

เมื่อวันอาทิตย์ได้ไปเดินเที่ยวงานกรุงเทพ 220 ปีมา คนเยอะจังเลย เดินซะเมื่อยขา ได้มีโอกาสไปภูเขาทองเป็นครั้งที่ 2 จึงรู้ว่าพื้นกระเบื้องนั้นช่างร้อนนัก และเพิ่งรู้ว่าอยากจะเที่ยวกรุงเทพให้เดินตามฝรั่งที่มีแผนที่รับรองเราไม่หลงแน่ :D
2-3 วันนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมขี้เกียจเหลือหลาย วันๆเอาแต่ออกไปเช่า VCD มาดูทั้งวันเลย หนังเก่าๆ หนังใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ดูก็เช่ามาดูให้หมด ตอนนี้อยากจะดู The god father กับ Benhur มาก (the sound of music ก็มี) แต่ติดที่มีแต่พากษ์ไทย ถ้าหาไม่ได้จริงๆคงต้องเช่ามาดูแล้วล่ะ เรื่องล่ะ 15 บาทเอง 7 วัน :P
วันนี้(อังคาร 23) ก็ได้มีโอกาสดู The chicken run สนุกดี ซึ้งๆ ไม่น่าเชื่อเลย เป็นเรื่องของฝูงไก่(ตัวเมีย) ที่ต้องการหนีออกจากฟาร์มไก่ไข่ให้ได้ สนุกดี ส่วนวันก่อนก็ได้มีโอกาสดู The animal นางเอกน่ารักดี ผมสั้นๆ ชื่อ Colleen Haskell ก็เลยไปหาตาม net ดู ไม่น่าเชื่อว่าคนนี้เคยเล่นใน survivor ภาคแรกมาก่อน แต่ถูกคัดออกในตอนที่ 11 แต่เผอิญ Adam Sandler (ที่เล่น Waterboy อ่ะ) กำลังหาตัวนางเอก แล้วเผอิญได้ดูใน Survivor เข้าก็เลยเรียกเธอมาทดสอบ แล้วเธอก็ถูกใจกรรมการได้บทนี้ไป ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ยว่าคนเราถ้าจะเกิดมันก็เกิด เยี่ยมจริงๆ
ในที่สุดวันนี้จดหมายที่รอคอยก็มาถึง นึกว่าจะสูญ check แล้ว ฮูเร่ได้ทุนคืนแล้ว(ประมาณ 6 เดือนตั้งแต่เริ่มโครงการ) เอาไปลงทุนต่อได้ แต่ก่อนอื่นต้องหาทางขึ้นเงินมันให้ได้ก่อนนะ เฮ้อ มีแต่ธนาคารไกลบ้านทั้งนั้น

April 19, 2002

เมื่อวานมีโทรศัพท์ลึกลับมาชวนให้ไปทำงานส่งประกวด แต่มีข้อแม้ที่โหดมากคือต้องชนะเท่านั้น แต่เราก็ไม่ถนัดทางนี้ด้วย อีกอย่างตีโจทย์ไม่แตกเลยต้องปฎิเสธไปในวันนี้ ก่อนหน้านั้นเพื่อนก็ชวนให้ไปเขียนโปรแกรมหน่อย ให้เราหาวิธีให้ จนแล้วจนรอดก็ยังหาไม่ได้ สงสัยต้องปฎิเสธงานอีกแล้วมั้งเนี่ยอยากจะทุ่มให้กับงานส่วนตัวเต็มที่ ตอนนี้ร่างแผนอยู่ ต้องงัดเอาวิชา DSS (Dicision Support System) อย่างนี้ป่าวว่ะ จะเอามาใช้หาจุดกำไรที่สุดที่จะทำได้ ฮาๆ ว่าแล้วก็ไปหยิบตำรามา อ่านๆแล้วก็ลืม จำไม่ได้ สงสัยต้องหาคนคิดให้แล้วล่ะ เฮ้อ

April 17, 2002

ไปเที่ยวสงกรานต์ที่ลำปางมาได้ไปสาดน้ำกับเขาด้วย เฮ้อ ไม่ค่อยหนุกเลย มีแม่กับป้าๆอีก 2 คนน่าเบื่อจริง ไปเที่ยวครั้งนี้ได้ประสบการณ์แปลกๆมา 2 แบบ ใครได้ดูขุนแผนมาแล้วคงคุ้นกับคำว่า "กุมารทอง" หรือรักยม พอดีได้มีโอกาสไปเจอคนทรงเจ้าที่เป็นร่างทรงให้เทพอะไรแบบเนี่ยมาเข้าร่างแล้วช่วยเหลือชาวบ้านอ่ะ เหมือนอย่างในหนังไทยเลย แต่คนทรงคนนี้เป็นผู้หญิง เขาบอกว่าถ้าเกิดกุมารหรือเทพจะลงเขาก็จะมาลงที่ร่างเลยแล้วท่าทางก็จะเปลี่ยนไปตามเทพนั้นๆนะแหละ ผมเองก็ฟังหูไว้หู ไม่เชื่อเท่าไรแต่ก็ไม่หลบหลู่ แต่ก็อยากเห็นเหมือนกัน พอดี๊ ได้ไปเล่นทรงกรานต์ด้วยกัน ก็นั่งข้างหลังนะแหละนั่งด้วยกัน นั่งไปนั่งมาเขาสาดน้ำกันสนุก กุมารอยากเล่นด้วยก็เข้าร่างเขาเลย เขาจะหาวดังๆก่อนหลายที แล้วพอกุมารเข้าร่าง จากป้าผู้หญิงก็กลายเป็นเด็กไปเลย ท่าทางการทำตัวเหมือนเด็กๆ เสียงก็กลายเป็นเด็ก แปลกดีแฮะ ก็นั่งคุยกันนิดหน่อย เขาบอกว่าอายุน้อยกว่าผมปีนึง แต่ร่างเขาอายุแค่ 8-9 ปี (น้อยกว่าผมปีก็ประมาก 21-22 ปีอะดิ) แม่ถามเขาว่าผมมีแฟนยัง? เขาก็บอกว่ามีแล้ว ผมเลยถามว่าชื่ออะไร? เงียบ? แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเรื่องอื่น กว่าที่กุมารจะออกจากร่างก็เกือบ 5 ชั่วโมง ผมคิดว่าพี่เขาคงเหนื่อยมากเลย คิดๆแล้วก็แปลกดีแฮะส่วนวันต่อมาผมก็ได้เดินทางขึ้นไปบนดอย เข้าไปในหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าเย๊าหรืออีก้อเนี่ยแหละ จำไม่ได้ อากาศบนดอยนั้นดีมากๆ เย็นๆ วิวสวย เขาต้อนรับเราดีมาก พอตกเย็นพี่คนที่พาไปก็บอกว่าจะพาไปส่องเรา เราก็อยากไปเพราะไม่เคยนั่งห้างดูสัตว์ป่าตอนกลางคืนมาก่อน เขาบอกว่ามีหมูป่าเยอะ เก้งก็พอมี ไอ้เราก็เลยไปกับเขาด้วย ก็มีชาวเขาติดรถไปด้วยกัน เขามีปืนกันทุกคนเลย คงเอาไว้ล่าสัตว์ ไปๆมาก็มีคนประมาณ 7 คนได้(รวมผมแล้ว) พอถึงที่เขาก็จิดรถแล้วก็แจกไฟฉายมาให้ผมอันหนึ่ง เป็นแบบติดบนหัว เริ่มงงๆแล้ว พอดีเขาก็เปลี่ยนเป็นไฟฉายแบบกระบอกมาให้แทน เสร็จแล้วก็แจกปืนมาให้ 1 กระบอก ปืน?? เอาไปทำอะไร ไม่ใช่ไปส่องสัตว์เหรอ นี่มันไปล่าสัตว์แล้วนี่นา คนละความหมายแล้ว เฮ้ยไม่เอาๆ ไม่ยิงๆ เขาก็บอกให้ติดตัวไว้ เผื่อใช้ยิงเล่น แถมถามว่าจะเอามีดไหม ไอ้มีดเดินป่าอันยาวๆอ่ะ เฮ้อ เอาก็เอาว่ะ ตามเขาไปเข้าป่า เนื่องจากเราเป็นมือใหม่เขาเลยให้เราไปกับชาวเขาคนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้แล้ว ไม่ คึ ก็ สู เนี่ยล่ะ) ไปกัน 2 คน เดินลงข้างทางไปเลย ไปไม่ไกลเท่าไร เพราะเรามือใหม่ แล้วลงไปลึกน่าดู คิดดูสิเราใส่รองเท้าแตะ แต่เดินลงหน้าผาอ่ะ หน้าผา ย้ำหน้าผา ชันสุดๆ ขนาดเขายังลื่นเลย ไอ้เราจะเหลือเรอะ ลื่นสไลด์ลงไปเลย ฮาๆ เสียงนั้นดังมาก เพราะในป่าเสียงทุกเสียงเงียบหมด เงียบสนืท แค่เราหายใจยังได้ยินเลย เรานั่งซุ่มกันอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงหมูป่าเดินมาใกล้ๆ เขาก็ชี้ให้เราดูใหญ่เลย ปากก็บอก หมู หมู ไอ้เราก็ได้ยินแต่เสียง แต่มองไม่เห็นตัวมัน ก็ตัวมันดำๆกลมกลืนไปกับต้นหญ้ากับความมืดนี่น่า ว่าแล้วพี่แกก็ประทับปืนเล็ง ไอ้เราก็ภาวนาอย่าให้เกิดการนองเลือดแถวนี้เลย ไม่เอาๆ ว่าแล้วหมูก็เงียบไป คงเดินหนีไปแล้ว โชคดีของหมู เวลาผ่านไปช้าๆ เราย้ายที่กันอีกที แล้วพี่เขาก็ตัดใบกล้วยมารองพื้นให้เรานอนรอ เพราะเขาจะลงไปลึกอีก สงสัยเราทำเสียงดังหมูเลยหนีไป เราก็เลยนอนมากลางป่าเลย มดกันเต็มไปหมด แมลงเพียบ กลัวก็กลัว กลัวงูกัด คิดมากเพราะมันเงียบ นอนเล่นสักชั่วโมง พี่เขาก็ขึ้นมาบอกว่า หมูคงไปที่อื่นแล้ว กลับกันดีกว่า เบ็ดเสร็จ 2 ชั่วโมงกับการนั่งนิ่งๆไม่กระดุกกระดิก นึกถึงครูฝึกรด.เลยว่าแค่เหยียบกิ่งไม้หักก็ตายได้ เห็นภาพแล้วครับครูขาขึ้นนั้นลำบากมาก เพราะทางชันสุดๆ รองเท้าก็แตะ ปืนก็ต้องแบก พี่เขาเดินฉับๆไป เราก็ตามแต่ทำไม่ได้ เพราะมันชันขนาดที่ว่าต้องคลานขึ้นไปเลยปีนป่ายแบบ mission impossible เลย ไม่เวอร์นะ เราต้องอาศัยเกาะต้นไผ่ดึงตัวขึ้นไป พอขึ้นไปถึงถนน หัวใจแทบจะระเบิดเพราะเต้นเร็วมาก หายใจแทบไม่ได้ เหนื่อยสุดๆ พอถึงเพิงที่พักก็นอนเลย เพราะยังไม่มีใครกลับมา สงสัยจะออกไปล่าจนถึงเช้า เราก็นอนเอาแรงล่ะ พี่เขาก็จุดไฟให้อุ่น สักพักเดียวก็มีเสียงเดินซวบๆดังมาจากข้างหลัง หมู หมู พี่แกร้องอีก (พี่แกพูดไทยไม่ค่อยได้) แล้วก็รีบดับไฟ และแล้วหมูก็หนีไปตามเคย แล้วพี่แกก็บึ่งมอเตอร์ไซค์กลับไป สักพักก็พาเพื่อนกลับมา เขาบอกว่าให้ไปส่งเรากลับที่พักก่อนเพราะเขากับพี่คนที่พาเรามานั้นคงจะล่าหมูอยู่อีกนาน (จะเอาให้ได้) ให้เราไปนอนเลยไม่ต้องรอ ไอ้เราก็เหนื่อยก็เลยกลับไปนอนที่บ้านเขา อากาศเย็นมากๆ ขนาดหน้าร้อนนะเนี่ย หน้าหนาวคงแข็งตายแน่ เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี คราวหน้าจะฟิตร่างกายมาให้ดีและจะเอารองเท้าหุ้มส้นกับหมวกไอ้โม่งมาด้วย ถ้าให้ดีจะเอาแว่น infrared มา ฮาๆๆๆ
หลังจากกลับมาจากเกาะช้างได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็มีอันต้องเดินทางไปยังเกาะช้างอีกรอบกับเพื่อนๆที่ทำงาน ก็ไหนๆจะไม่ได้เจอกันแล้วนี่ก็เลยไปเที่ยวด้วยกันหน่อย เพราะนัดกันไว้นานแล้วตั้งแต่ปีใหม่โน่น :) ดันไปหน้าเทศกาลอีก เลยต้องแบกเต๊นท์กันไปกันเหนียวไว้ก่อนเผื่อไม่มีที่นอน ออกเดินทางคืนวันที่ 5 กลับวันที่ 8 ตอนเย็นๆ ไปถึงก็เดินหาที่พักตั้งแต่หัวหาดยันท้ายหาดเลย (ไปหาดทรายขาว) ก็ไปได้ที่ท้ายหาด เป็นห้องเล็กๆไว้ซุกหัวนอนได้ ราคา 200-300 บาท (see-sun bungalow) ที่พักก็งั้นๆไม่ค่อยจะดีเท่าไร แต่อาหารก็ ok ราคาปกติไม่แพงมาก เห็นบอกว่าไม่รับคนไทยแต่หน้าเทศกาลเลยรับ อะไรกันฟ่ะนี่บ้านเมืองเรานะเฟ้ย ยังมาแบ่งให้ฝรั่งอีก เลยคิดว่าสงสัยคนไทยไม่ค่อยอุดหนุนที่ร้านเขาแน่ๆเลย (แต่ไปๆมาๆ2วันเห็นเราคนไทยนั่งกินอยู่แค่โต๊ะเดียว) มาเที่ยวครั้งนี้ลงไปว่ายน้ำทีเดียวเอง ไม่ค่อยหนุกเท่าไร คงเพราะเรามีเรื่องให้คิดมากด้วยล่ะ เลยไม่ค่อยได้เฮฮากับเขา บางทีก็หนีไปนอนชายหาดเงียบๆคนเดียว สบายๆ คนอื่นเขาอยากไปดื่มๆกัน แต่เราเฉยๆอ่ะ มาทะเลอยากนอนดูดาวมากกว่า แต่ไปครั้งนี้มองไม่เห็นพระจันทร์เลย -_-! ว้าแย่จังก่อนกลับก็แวะไปซื้อของฝากกัน เราก็ไม่ได้ซื้อนะเพราะไม่มีตัง อีกอย่างไม่กินทุเรียนด้วย :D แต่แอบลองชิมทุเรียนทอดแล้ว เค็มๆ อร่อยดีแฮะ ที่ถูกใจที่สุดเห็นจะเป็นขนมเปลือกไม้ที่เคยกินตอนเด็กๆ เป็นตังเมแท่งๆเป็นสีน้ำตาลคล้ายๆเปลือกไม้ เคยทานกันไหม? อร่อยดี กินแล้วติดฟัน :) ขากลับโดนให้นั่งคนเดียวนึกว่าจะได้นั่งกะสาวๆ โธ่กลายเป็นคุณป้าแก่ๆอายุ40 เซ็งๆๆๆๆๆๆ เลยหลับซะเลย กลับมาถึงบ้านก็เตรียมตัวเดินทางอีกแล้ว คราวนี้มุ่งหน้าสู่ลำปางในหน้าเทศกาลสงกรานต์ 9 - 20 เมษายนนี้
ป.ล. ลืมวันเกิดแม่เฉยเลย วันที่ 4 เดือน 4 จำไว้ซิไอ้ออย

April 03, 2002

หลังจากกลับมาจากพัทยา ก็ได้เวลาออกจากงานที่ทำอยู่ เจ้านายพาไปเลี้ยง และหลังจากวันนั้นก็ไปเที่ยวเกาะช้างกับเพื่อนๆ สนุกดี ตัวดำเลย น้ำใสแจ๋ว ชายหาดคนน้อยมากๆ เพราะไม่ใช่หน้าเทศกาล ไปนอนที่คลองพร้าว มีแต่ต้นมะพร้าวเต็มไปหมด ชายหาดไกลสุดตา ท้องฟ้าไร้เมฆ ไปพักกันที่ ทะเลบังกาโล http://www.geocities.com/thalebungalow นอนเต๊นท์คนล่ะ 50 บาท เครื่องนอนหมอนผ้าห่มอีก 20 บาท ถ้านอนบังกาโล คืนล่ะ 150 บาท ไม่มีแอร์ ไม่มีพัดลม ห้องน้ำรวม เงียบๆ สบายๆ มีเพลงเพราะๆให้ฟังตอนทานข้าวด้วย ถ้ามีเวลาว่างจะปลีกตัวไปวิเวกสักอาทิตย์ที่นี่ล่ะ

March 23, 2002

"ฉันจะไปพัทยา ไปทำไมก็ไม่รู้ แต่ฉันจะไปพัทยา" ไปเพราะมีงาน pattaya music festival อะดิ หลังจากที่ไอ้บิ๊กไอ้พีเลื่อนนัดกระทันหัน ทำให้ผมต้องเดินทางไปกับเพื่อนที่ทำงานแทน ก็คนมันคึกนี่ ยื่นใบลาออกแล้ว ไม่รู้จะทำอะไร เพิ่งกลับมาจากบริด สนุกดี สาวเยอะ แต่ไม่ได้สนใจเลย มัวแต่ฮาห่วยๆกะไอ้จ้อนอยู่ มีความสุขจริงๆ รักเพื่อนๆมาก
ไปแล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังนะ :)

March 21, 2002

เบื่อๆ เซ็งๆ ไม่อยากทำอะไร อยากนอนอยู่บ้าน ดันทะเลาะกับที่ทำงานอีก มันก็สมควรอยู่หรอกนะ เล่นหยุดงานไป 2 วันเลยนี่ เหตุผลก็ฟังไม่ขึ้น ช่างมันเถอะ ยังไงภาพพจน์ก็ไม่มีเหลืออยู่แล้วนี่ ต่อไปโอกาสร่วมงานกันคงแทบเป็น 0 ใครเขาจะมาเอาเรา ความรับผิดชอบเป็น 0 คนนี้นี่ เราคงไม่เหมาะกับการต้องทำตามใคร หรือดำเนินชีวิตซ้ำซาก เราว่าเราพยายามปรับตัวแล้วนะ แต่อาจจะน้อยไปหน่อย เฮ้อ แทนที่จะจบไปอยากดี happy ending แต่แย่ชมัด
กว่าจะทำงาน 2 ชิ้นนี่เสร็จก็ใช้เวลามากพอดู ได้ไม่คุ้มเสียเลย ต่อไปคงจะไม่มีงานพวกนี้อีกแล้ว เพราะคงจบกันหมดแล้วนะ :D
วันศุกร์ เสาร์ว่าจะไปพัทยา มันมีงาน พัทยามิวสิคเฟสติวัล 3 วัน 3 คืน 200 กว่าศิลปิน ไอ้บิ๊กชวน ไอ้พีติดตาม เราอีก 1 ไอ้ป๊อบอาจจะตามไปที่หลัง นี่อุตสาห์ว่าจะไม่ไปแล้วนะ เพราะที่ทำงานก็ไปเหมือนกัน แต่เขาไปกันสาวๆ เราไม่อยากยุ่งเกี่ยว เดี๋ยวคอยดู เจอกันที่โน้นแน่

March 19, 2002

ท้องเสียอ่ะ ท้องเสีย ฮือๆๆ

March 17, 2002

วันนี้ไปดูคอนเสิร์ท แกรนเอ๊กส์มา ที่เมืองทอง ไอ้บิ๊กมันชวน เห็นมันได้บัตรฟรีมาแต่ไม่มีใครไปดูด้วย เลยต้องไปกับมัน เอาใจมันหน่อย ไอ้วงนี้ก็ไม่เคยฟัง รุ่นพ่อรุ่นแม่โน่น ไปนั่งฟังแบบง่วงๆ ร้องตามก็ไม่ได้ แต่ก็ ok นะ เพลงเก่าๆเอามาทำใหม่นิดหน่อย ฟังก็ ok เวลาผ่านไป 3 ชม. อย่างรวดเร็วกับเพลงกว่า 20 เพลง เหนื่อยเลยครับ ใครเป็นแฟนเพลงคงจะสะใจ
พอดูจบก็เลยไปดูหนังต่อที่เมเจอร์รังสิต เพิ่งเปิดใหม่ วนรถเข้าไม่ถูกเลยไปจอด major แล้วเดินข้ามถนนมาเอา (โกง) วิ่งขึ้นไปดูรอบสุดท้าย 23.15 ได้เรื่อง Time Machine มาหนังนั้นทำได้ดีนะ เดาไม่ถูกเลย อยากจะเล่าให้ฟังจัง ก็เป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง เขาต้องสูญเสียคนรักไป จึงคิดย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต ก็เลยสร้าง Time Machine ขึ้นมา แต่ทว่าเขาก็ไม่สามารถแก้ไขเหตุการณ์นั้นได้ เข้าจึงอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงแก้ไขอดีตไม่ได้ เขาจึงเดินทางไปหาคำตอบในอนาคต นี่ล่ะเป็นเรื่องย่อๆ หนังดีกว่าที่คิดไว้(จริงๆไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไร) เก้าอี้เมเจอร์ก็นิ่มดี แต่ไอ้ที่ 120 มันแค่ยกที่รองแก้วได้ กับมีที่เหยียดขามาขึ้นหน่อยเอง ดู 100 เดียวก็ได้ถ้าไม่ได้ไปดูกับแฟน (แนะนำไปดู 5 ทุ่ม ตีตั๋ว 100 เดินไปนั่ง 120 คุ้มๆ)
ที่ทำงานอยากไปเที่ยวเกาะช้างกัน เราก็คงไปด้วยมั้งถ้าไม่ติดอะไร แต่อยากไปกระบี่มากกว่า คิดถึง...

March 16, 2002

blogger เป็นอะไรไม่รู้เข้าไม่ได้ เลยไม่ได้เขียนอะไรทิ้งไว้เลย
วันนี้มีงานวันเกิดเตี้ยงที่ร้าน absolute คงไปรวมตัวกันที่นั้นพร้อมกับพวกจอมเทียน แต่จะว่าไปวันนี้ที่ทำงานก็มีกินกันนะ แต่ทำไงได้มันชนกันนี่ ก็ต้องไปงานเพื่อนเราอยู่แล้วพักนี้ตื่นนอนสายมากๆ ไปทำงานเที่ยงทุกที สงสัยพักนี้สบายจัด รู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง ไม่ค่อยเครียด สบายๆ ตั้งแต่บอกว่าเขาจะออกเนี่ย อาทิตย์หน้าก็จะมีคนใหม่เข้ามาแทนแล้ว ท่าทางจะเก่งด้วย คิดว่าพี่อุ๊คงสบายขึ้นมากเพราะได้คนเก่งๆขยันๆมาแทน ไม่เหมือนตัวขี้เกียจตัวนี้ ฮาๆ
วันก่อนมี someone โทรมา แต่คุยไม่ทันไรก็หลุด โทรกลับก็ไม่ติด แย่จัง คิดถึงนะเฟ้ย
ป.ล. เพิ่งจะรุ้ว่า ปลาดาว office เนี่ยตาอาทเป็นคนคิดชื่อ มุขสมกับเป็นเด็ก IT จริงๆ

March 13, 2002

ตื่นมาก็สายเสียแล้ววันนี้ ออกไปทำงานตอนบ่าย ไปถึงก็เลยบอกที่ทำงานว่าจะลาออก สร้างความมึนงงแก่ทุกคนืทำไงได้ก็มันจำเป็นนี่นา สงสารก็แต่พี่อุ๊ ที่ต้องงงๆเพราะมีคนประดังกันลาออก พี่เขาอุตสาห์แก้ปัญหาไปได้อย่าง ต้องมาเจออีกอย่าง ไม่รู้จะโกรธเราหรือเปล่านะ -_-' แต่กว่าจะได้ออก ก็คนเดือนหน้าโน้น เพราะต้องหาคนใหม่ก่อน แล้วก็ถ่ายทอดงาน แต่ส่วนของเราไม่ค่อยมากหรอก ส่วนของพี่อีกคนนะน่าเป็นห่วง เพราะพี่เขาทำงานมานาน เป็นคนที่รู้ระบบดีที่สุด พี่อุ๊น่าจะปวดหัวตรงนี้มากกว่าคนอย่างเรา ซึ่งสุนแสนจะขี้เกียจ แถมไม่เก่งอีกต่างหาก หาคนใหม่ง่ายกว่านะ :D
คราวนี้ก็จะได้ตั้งใจทำงานที่ plan ไว้สักที สู้ใหสุดๆไปเลย จะได้ไม่ค้างคาใจ
วันศุกร์วันเกิดเพื่อน(เตี้ยง) ต้องไปกินฟรีแน่นอน ลาภปากของไอ้ออยละงานนี้

March 12, 2002

ตอนนี้ไอ้ Big ไอ้พี ไอ้ป๊อบ นั่งกินอยู่ที่บ้านเรา หุหุ ถึงเช้าแน่ แล้วจะได้ไปทำงานไหมอ่ะ

March 11, 2002

มีคนโทรมาหาเรา มีคนโทรมาหาเรา แต่เราไม่อยู่ โทรกลับไปก็ไม่ติด ทำไงดี ทำไงดี คิดถึงจังเลยอยากไปหา อยากไปหาๆๆๆ
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เช้าเสียแล้ว สว่างคาตา เพราะมัวแต่แก้ webboard SIIT.NET ให้มันใช้ login ได้ นั่งอยู่นาน 7 ชั่วโมง ก็มีเพื่อนมาคุยเป็นระยะๆ ในที่สุดก็หายกันหมด เหลือเรานั่งอยู่คนเดียว เช้าๆมีเสียงนกร้องเต็มไปหมดเลย แถวบ้านนี่อุดมสมบูรณ์จริงๆ กลางคืนก็มีจิ้งหรีดร้องระงมไปหมด มันอยู่ในบ้านเราเนี่ยแหละ อยู่ในดิน ไม่น่าเชื่อเนอะ
กว่าจะตื่นก็เที่ยงแล้ว (ก็เล่นนอนไป 6 โมงนี่) เลยไม่ได้ออกไปไหนเลย ดูหนังก็ไม่ได้ดู การ์ตูนก็ยังไม่ได้คืนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดนปรับไป 21 บาทแล้ว :~(
flowchart ก็ยังไม่เสร็จ ทำไงดีอ่ะ เดี๋ยวต้องนั่งปั่นถึงเช้า แล้วรีบไป upload web ตอนเช้า ก่อนที่จะโดนด่า เฮ้อ

March 10, 2002

วันนี้ออกไปข้างนอกมา ซื้อรถมา 1 คัน สงสัยต้องผ่อนตลอดชีพแน่เลย -_-! ได้มารถรุ่นเดิมแหละ Honda Accord Lxi ปี93 ไอ้ไฟตราเพชรอ่ะ
อยากไปดูหนังจัง ว่าแล้วเดี๋ยวออกไปดีกว่า check รอบหนังก่อนนะ อยากดูหนังดีๆจัง
คิดถึงใครบางคน ป่านนี้ทำอะไรอยู่นะ คิดถึงจัง

March 08, 2002

แมวน้อยร้อยหมื่นชาติ

วันนี้หยุดงาน 1 วัน เพราะต้องไปธุระกับแม่ แถมฝนก็ตก อากาศก็ดี หนาวนิดๆ สงสัยพายุเข้ามั้ง อากาศเลยสบายทั้งวัน อยากจะนอนทั้งวันเลยจริงๆ :)นั่งเล่นเน็ทไปมาก็เลยไปเห็นกระทู้หนึ่ง เขามา post เรื่อง "แมวน้อยร้อยหมื่นชาติ" ไว้ ก็เลยเข้าไปอ่าน เรื่องนี้เคยมีคนแนะนำให้เราอ่านแล้ว เป็นนิทานภาพสำหรับเด็ก แต่เนื้อหาที่สื่ออกมานั้นไม่ได้เด็กตามเลย เป็นเรื่องของแมวน้อยผู้ที่ไม่เคยร้องไห้ซึ่งตายแล้วกลับมาเกินใหม่วนเวียนอยู่อย่างนั้น เห็นว่าเนื้อหาดีก็เลยเอามาตัดแปะเก็บไว้ เรื่องมีดังนี้(จริงๆมีรูปประกอบนะ)


แมวน้อย100หมื่นชาติ

มีแมวตัวหนึ่ง มีชีวิตอยู่มาถึง100หมื่นปี แมวน้อยเคยตายมาแล้ว100หมื่นครั้ง เคยเกิดมาแล้ว100หมื่นชาติ มันเป็นแมวลายเสือผู้เก่งกล้า คน100หมื่นคน เคยเลี้ยงดูแมวตัวนี้ คน100หมื่นคน เคยร้องไห้เมื่อแมวตัวนี้ตาย แต่แมวน้อยไม่เคยร้องไห้เลย แม้แต่ครั้งเดียว
----------------------------------------------------------------------------
ชาติหนึ่ง แมวน้อยเป็นแมวของพระราชา แต่แมวน้อยไม่ชอบพระราชา พระราชารบเก่งและชอบทำสงคราม เวลาออกรบ พระราชาจะพาแมวน้อยไปสงครามด้วย วันหนึ่ง แมวน้อยถูกลูกธนูของศัตรูยิงตาย พระราชากอดร่างแมวน้อยร้องไห้กลางสนามรบ พระราชาเลิกรบ ถอยทัพกลับพระราชวัง แล้วฝังแมวน้อยไว้ในอุทยาน ----------------------------------------------------------------------------
ชาติหนึ่ง แมวน้อยเป็นแมวของกะลาสีเรือ แต่แมวน้อยไม่ชอบทะเล กะลาสีเรือพาแมวน้อยท่องทะเล เที่ยวเมืองท่าไปทั่วโลก วันหนึ่งแมวน้อยตกจากเรือ แมวน้อยว่ายน้ำไม่เป็น กะลาสีเรือรีบเอาอวนช้อนแมวน้อยขึ้นมา แมวน้อยตัวเปียกโชกและตายเสียแล้ว กะลาสีกอดร่างแมวน้อยที่เปียกชุ่ม ร้องไห้เสียงดัง แล้วฝังแมวน้อยไว้ใต้ต้นไม้ ในสวนสาธารณะของเมืองท่าอันไกลโพ้น
----------------------------------------------------------------------------
ชาติหนึ่ง แมวน้อยเป็นแมวของนักเล่นกลประจำคณะละครสัตว์ แต่แมวน้อยไม่ชอบละครสัตว์ ทุกวัน นักเล่นกลจะจับแมวน้อยใส่กล่อง แล้วใช้เลื่อยผ่าครึ่ง หลังจากนั้น นักเล่นกลก็อุ้มแมวน้อยที่ขดตัวกลมออกมาจากกล่อง พร้อมกับโค้งรับเสียงปรบมือ วันหนึ่ง นักเล่นกลแสดงพลาด ใช้เลื่อยผ่าครึ่งแมวน้อยออกเป็นสองท่อนจริงๆ นักเล่นกลใช้สองมือหิ้วร่างแมวน้อยที่กลายเป็นสองท่อน ร้องไห้เสียงดัง ไม่มีใครปรบมือให้เลย นักเล่นกลฝังแมวน้อยไว้หลังโรงละครสัตว์
----------------------------------------------------------------------------
ชาติหนึ่ง แมวน้อยเป็นแมวของหัวขโมย แมวน้อยไม่ชอบหัวขโมยเลย หัวขโมยพาแมวน้อยเดินย่องเหมือนแมว ไปทั่วเมืองมืดๆ หัวขดมยจะเข้าไปขโมยของเฉพาะบ้านที่มีหมา ระหว่างที่หมามัวแต่เห่าแมวน้อย หัวขโมยก็งัดกุญแจเปิด_บสมบัติ วันหนึ่ง แมวน้อยถูกหมากัดตาย หังขโมยกอดร่างแมวน้อยและเพชรพลอยที่ขโมยมา ร้องไห้เสียงดังฃเดินไปตามทางกลางดึก เมื่อกลับถึงบ้าน หัวขโมยก็ฝังแมวน้อยไว้ในสวนเล็กๆ
----------------------------------------------------------------------------
ชาติหนึ่ง แมวน้อยเป็นแมวของยายเฒ่าผูเหงาหงอย แมวน้อยไม่ชอบยายเฒ่าเลย ทุกวัน ยายเฒ่าจะอุ้มแมวน้อย แล้วเหม่อมองออกนอกหน้าต่างเล็กๆ แมวน้อยนอนหลับอยู่บนตักของยายเฒ่าทั้งวัน ต่อมา แมวน้อยอายุมากขึ้น...มากขึ้นจนแก่ตาย ยายเฒ่าแก่หงำเหงอะ อุ้มร่างแมวน้อยที่แก่หง่อมจนตาย ร้องไห้ทั้งวัน ยายเฒ่าฝังแมวน้อนไว้ใต้ต้นไม้ในสวน
----------------------------------------------------------------------------
ชาติหนึ่ง แมวน้อยเป็นแมวของเด็กหญิงน้อยๆ แมวน้อยไม่ชอบเด็กน้อยเลย เด็กน้อยชอบอุ้ม ชอบกอดแมวน้อยนอน เวลาร้องไห้ ก็ใช้หลังแมวน้อยเช็ดน้ำตา วันหนึ่ง เด็กน้อยใช้เชือกพันตัวแมวน้อย สะพายไว้ข้างหลัง เชือกรัดคอแมวน้อยจนตาย เด็กน้อยกอดแมวน้อยที่คอพับคออ่อน ร้องไห้ทั้งวัน แล้วฝังแมวน้อยไว้ใต้ต้นไม้ แมวน้อยตายจนเป็นธรรมดา
----------------------------------------------------------------------------
ชาติหนึ่ง แมวน้อยไม่ได้เป็นแมวของใครเลย มันเป็นแมวข้างถนน แมวน้อยเริ่มเป็นแมวของตัวเอง แมวน้อยชอบตัวเองที่สุด เพราะแมวน้อยเป็นแมวลายเสือผู้เก่งกล้า จึงกลายเป็นแมวข้างถนนผู้กล้าหาญ
----------------------------------------------------------------------------
ไม่ว่าแมวสาวตัวไหน ก็สนใจจะเป็นเจ้าสาวของแมวน้อยผู้กล้า แมวสาวบางตัว หาปลาตัวใหญ่มาเป็นของฝาก แมวสาวบางตัว จับหนูตัวโตมาเป็นของขวัญ แมวสาวบางตัว เก็บลูกไม้แปลกๆมาเป็นชองกำนัล แมวสาวบางตัว ก็ช่วยเลียลายเสือของแมวน้อย แมวน้อยประกาศว่า "ข้าตายมาแล้ว100หมื่นครั้ง ไม่ว่าเรื่องอะไร ข้าก็ไม่ยี่หระ!" แมวน้อยชอบตัวเองยิ่งกว่าใครทั้งสิ้น
----------------------------------------------------------------------------
มีแมวสาวสีขาวสวยเพียงตัวเดียว ที่ไม่สนใจแมวน้อยเลย แมวน้อยเดินเข้าไปใกล้แมวขาว แล้วกล่าวว่า "ข้าตายมาแล้ว100หมื่นครั้ง!" แมวขาวเอ่ยเพียงคำเดียวว่า "อ้อ" แมวน้อยรู้สึกโกรธขึ้นมา เพราะว่าแมวน้อยชอบตัวเองที่สุด วันแล้ววันเล่า แมวน้อยเทียวไปหาแมวขาว และกล่าวว่า "เธอยังอยู่ไม่ถึงแม้แต่หนึ่งชาติ ไม่ใช่หรือ" แมวขาวตอบเพียงคำเดียวว่า "อ้อ"
----------------------------------------------------------------------------
วันหนึ่ง แมวน้อยตีลังกาสามตลบต่อหน้าแมวขาว แล้วกล่าวว่า "ข้าเคยเป็นแมวของคณะละครสัตว์ด้วยนะ" แมวขาวเอ่ยเพียงคำเดียวว่ส "อ้อ" "ข้าตายมาแล้ว100หมื่น..." แมวน้อยเอ่ยขึ้นมา แล้วหยุดกลางคัน ก่อนจะกล่าวว่า "ขออยู่ข้างๆเธอได้ไหม" แมวขาวตอบว่า "ได้" แล้วแมวน้อยกอยู่เคียงข้างแมวขาวตลอดมา
----------------------------------------------------------------------------
แมวขาวออกลูกแมวน้อยๆน่ารักหลายตัว แมวน้อยไม่เคยเอ่ยอีกเลยว่า "ข้าตายมาแล้ว100หมื่น..." แมวน้อยรักแมวขาวกับลูกแมวน้อยๆ ยิ่งกว่าตัวเองเสียอีก ----------------------------------------------------------------------------
ต่อมา ลูกแมวน้อยๆก็เติบใหญ่ ต่างแยกย้ายกันไป "ลูกๆคงจะกลายเป็นแมวข้างถนนผู้กล้าหาญแล้วสินะ" แมวน้อยพูดด้วยความพึงพอใจ "จ้ะ" แมวขาวกล่าวตอบ พร้อมกับส่งเสียงครางในลำคออย่างอ่อนโยน แมวขาวเริ่มกลายเป็นแมวชรา แมวน้อยส่งเสียงครางในลำคออย่างอ่อนโยนยิ่งกว่า แมวน้อยคิดว่า อยากมีชีวิตอยู่กับแมวขาวตลอดไป
----------------------------------------------------------------------------
วันหนึ่งแมวขาวนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้างแมวน้อย แมวน้อยร้องไห้เป็นครั้งแรก กลางคืนก็ร้อง กลางวันก็ร้อง ตกค่ำก็ร้องอีก รุ่งเช้าก็ร้องอีก แมวน้อยร้องไห้100หมื่นรอบ รุ่งเช้าก็ร้อง ตกค่ำก็ร้อง จนถึงเที่ยงวันของวันหนึ่ง แมวน้อยจึงหยุดร้องไห้ แมวน้อยนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้างแมวขาว
----------------------------------------------------------------------------
แมวน้อยไม่กลับชาติมาเกิดอีกแล้ว
----------------------------------------------------------------------------

(ผู้แต่ง ซาโนะ โยโกะ)


March 07, 2002

แย่จัง post ไปทีแล้ว server down หายหมดเลย เลยต้องมานั่งพิมพ์ใหม่ ไม่ได้อารมณ์แน่เลยวันนี้ตื่นมาอากาศดีมากเลย มีฝนตกหน่อยๆ ว่าแล้วก็หลับต่อ ทำให้การไปทำงานวันนี้สายอีกแล้วครับท่าน หลังจากที่ที่ทำงานเหลือเวลามาเป็น 8.30 เราก็ซัดเลยวันนี้ 10.00 แย่จริงๆวันนี้ทำงานแบบเนื่อยๆ คงเป็นเพราะอากาศครึ้มๆด้วยละมั้งที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ หรือว่าจิตใจห่อเหี่ยวเพราะมีบางคนหนีเราไปเที่ยว -_-'
อยากดูหนังมากเลย อยากดู Battle Royal กะ Beauty and the Beast ที่ IMAX เกิดมาไม่เคยดูเรื่องนี้เลยนะเนี่ย เชื่อไหม? สงสัยต้องไปดูคนเดียวแล้วล่ะ เพราะไม่มีใครไปดูกะเราด้วยพอกลับมาบ้างตอนเย็นก็ไปเช่าการ์ตูนมา 6เล่ม+กับหนังสือครูเคทอีก 1 ว่าจะอ่านยังไม่ได้อ่านเลย เดี๋ยวคงไปอ่านก่อนนอนแล้วกัน พอมาถึงบ้านก็มีหนังสือ e-life กับ QuickpcQX วางแหมะอยู่พลิกอ่านบทความข้างในก็เจอกับเกมส์ Cashflow 101 ของ rich dad เขียนเป็นบทความอยู่ หนอยแนะ มือไวจริงนะพี่ บก. เอาไปทำบทความเสร็จสรรพ อ่านไปอ่านมาสะดุดเอาตรงท้ายๆบทความเขียนว่า "ผู้เล่นในวงกลุ่มหนึ่ง เป็นเด็กจบใหม่ ตัวเขาเล่นเกมส์นี้มากกว่า 4 ครั้ง เขาไม่สามารถนำอาชีพที่เขาสุ่มนั้นออกจากเขาวงกตได้ แต่หลังจากนั้นมาเขาหลุดได้โดยตลอด เนื่องจากเขามีแนวคิดและการบริหารการเงินที่ถูกต้อง ไม่ว่าเขาจะเล่นเป็นอาชีพอะไร วิธีคิดก็จะตามเขาไปตลอด รวมถึงชีวิตจริงของเขาอีกด้วย" อันนี้เนี่ยทำไมมันคล้ายกับผมจังเลยพี่ แต่หวังว่าคงไม่ใช่น่า อายเขา (สงสัยจะใช่แน่เลย :P ) ถ้าใช่ต้องคิดค่าลิขสิทธิ์ซะแล้ว ฮาๆๆ ว่าแต่เมื่อไรจะได้เล่น 202 ล่ะเนี่ย ผมรอเฮีย ป. เจ้าของเกมส์อยู่นะ ได้ข่าวว่าไปนอนตีพุงอยู่บ้านแล้ว อิอิ
อยากให้ทุกคนมีแต่ความสุข เฮ้อ

March 06, 2002

วันนี้ไปส่ง someone มา เศร้าๆ กว่าจะได้เจอกันก็อีกตั้ง 2 เดือน ดูแลตัวเองดีๆนะจ๊ะ แล้วจะเก็บตังค่าโทรศัพท์โทรไปหา :)อาทิตย์นี้คงหดหู่น่าดู เสียงโทรศัพท์ที่เคยดังก็คงเงียบลงในยามค่ำคืน -_-' แต่เราจะตั้งใจทำงานมากขึ้นแล้วกัน